แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเรียน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเรียน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2557

วีซ่าเรียนต่อต่างประเทศ


วีซ่าเรียนต่อต่างประเทศ

เรื่องการขอ วีซ่าเรียนต่อต่างประเทศ นั้นเป็นกระบวนการที่น่ากลัวสำหรับนักเรียนไทย(?) ซึ่งมีเอกสารที่ต้องกรอกมากมาย รวมถึงการสัมภาษณ์อีกด้วย อย่างไรก็ตาม เราก็มีวิธีการที่จะทำให้นักเรียนของเราสามารถขอวีซ่าได้รับวีซ่าได้อย่างง่ายดาย โดยอยากให้เพื่อนๆลองทำตามดู ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆไม่ซับซ้อน

Top tips เกี่ยวกับการขอ วีซ่าเรียนต่อต่างประเทศ

1. ตรวจสอบตัวสะกดทั้งชื่อและนามสกุลของนักเรียนอย่างถูกต้องโดยกรอกให้ตรงกับ พาสปอร์ต ให้ตรงกับเอกสารที่ทำการกรอกข้อมูล ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ดูเหมือนง่ายแต่ก็ยังมีนักเรียนจำนวนไม่น้อยที่ยังกรอกผิด ซึ่งทำให้เกิดความล่าช้าในการออกวีซ่าได้นะครับ
2. ตรวจสอบความถูกต้องเกี่ยวประเภทของวีซ่าว่าถูกประเภทกับที่เราต้องการจะไปหรือป่าว ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณสมัครวีซ่าเกี่ยวกับการทำงาน โดยส่วนใหญ่แล้วแทบทุกประเทศจะขอเอกสารแตกต่างจากวีซ่านักเรียนโดยสิ้นเชิง
3. วางแผนการเดินทางและระยะเวลาการขอและรอวีซ่าให้ถูกต้อง เพราะมีผู้สมัครจำนวนไม่น้อยที่ทำการจองตั๋วเดินทางเร็วเกินก่อนที่วีซ่าจะออก ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบในการออกวีซ่าหรือเป็นการโดนยกเลิกวีซ่าไปเลยก็เป็นได้
4. เข้าไปตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการขอวีซ่าและอัฟเดทข้อมูลเกี่ยวกับเอกสารให้เป็นเอกสารที่ใช้ในปัจจุบันมากที่สุด และตรวจสอบว่าเรามีเอกสารทุกอย่างที่เค้าต้องการ
5. ตรวจสอบเอกสารทั้งหมดของเราก่อนยื่นเอกสารอย่างน้อยสองรอบ หรือจะให้เพื่อนๆหรือคนอื่นช่วยตรวจสอบด้วยจะดีมาก
6. พร้อมที่จะโชว์สถานะทางการเงินของเราว่าเรามีจำนวนเงินเพียงพอที่จะไปเรียนหรือท่องเที่ยวในระยะเวลาที่เราขอที่จะไป
7. เตรียมเอกสารทั้งหมดในวันที่ถูกเรียกสัมภาษณ์ ซึ่งการที่เราจะมีเอกสารเยอะๆ ย่อมดีกว่ามีเอกสารไม่เพียงพอที่เค้าร้องขอ เช่น พาสปอร์ต ใบรับรองการเรียน ใบรับรองผ่านงาน ใบโชว์สถานะทางธนาคาร เป็นต้น

เตรียมตัวไปเรียนต่อ


เตรียมตัวไปเรียนต่อ

เพื่อนหลายคนที่อยากจะมา เรียนต่อต่างประเทศ เพื่อหาประสบการณ์ให้กับชีวิตของเรา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แต่ละคนก็มีข้อจำกัดที่แตกต่างกัน บาวคนเรื่องการเดินทาง สุขภาพ เงิน หรืออื่นๆ ยังไงก็ตามเรามาลองศึกษากันดูนะครับว่าข้อจำกัด เตรียมตัวไปเรียนต่อ ต่างๆนั้นมีอะไรบ้าง

สถาบันที่ดีมีคุณภาพน่าเชื่อถือ

ก่อนที่เพื่อนๆจะตัดสินใจลงเรียนต่อที่โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษหรือมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อนๆต้องศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับที่นั้นๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่ว่าจะด้วยตนเองหรือ
สอบถามจากผู้ที่มีประสบการณ์ เพราะมีสถานศึกษาหลายแห่งในต่างประเทศนั้นไม่ได้การรับรองมาตราฐาน หรือไม่มีคุณภาพในระบบการเรียนการสอน แต่มั่นใจได้ครับว่าโรงเรียนของ ทุกแห่งได้รับการรับรองจากนานาชาติแน่นอนครับ

เงิน (ปัจจัยหลัก)

ที่บ้านเรามีความพร้อมทางด้านนี้ไหม ถ้าพร้อมก็สบายไปครับ ข้ามข้อนี้ไปข้ออื่นได้เลย  แต่ถ้าที่บ้านเราไม่มีเงินสนับสนุน น้องๆก็อย่าไปเซ้าซี้ คุณพ่อ คุณแม่เลยนะครับ สงสารท่านเถอะ เราไปหาแหล่งทุนต่างๆดีกว่า เค้ามีสอบแข่งขันที่ไหน สมัครไปเถอะครับ สอบหลายๆที่ ได้ประสบการณ์ดีด้วย คงต้องมีสักที่แหละครับที่เราสอบติดถ้าเราตั้งใจจริงๆ

ความพร้อมของเราเอง

เตรียมตัวไปเรียนต่อ ต่างประเทศนั้นเราต้องฝึก ฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาในประเทศที่เราจะไปเอาไว้มากๆเพราะถ้าเราไม่รู้ภาษาเค้า เราก็สื้อสารกับเค้าไม่รู้เรื่อง ถ้าสื้อสารไม่รู้เรื่อง ก็แย่หน่อย หมั่นฝึกฝนตัวเองเยอะๆระหว่างรอความพร้อมที่จะได้ไป หรือศึกษาสถานที่ที่เราจะไปเยอะๆ ศึกษาวัฒนธรรม ศึกษาที่เรียน ศึกษาอาหารการกิน เดินทาง หรือชีวิตความเป็นอยู่ของคนโดยรวมที่นั้นจะได้ไม่เกิดการ culture shock ครับ

เตรียมตัวไปเรียนต่อ เตรียมของให้เรียบร้อยเตรียมตัวไปเรียนต่อ

พวกเสื้อผ้า ไม่ต้องเอาไปเยอะหรอกครับ เปลืองที่เปล่าๆ ยังไงเราก็ต้องไปหาซื้อที่เมืองเค้าอยู่แล้ว เห็นมาหลายรายแล้ว ขากลับต้องส่งกลับทางเรือเพราะกระเป๋าน้ำหนักเกินที่จะขนขึ้นเครื่องได้ เราควรจะเตรียมเอกสารการเรียน เอกสารเดินทาง หลักฐานการตรวจร่างกาย (หลายประเทศต้องการ) ให้เรียบร้อย ครบถ้วน เพราะไปถึงแล้ว ลืมนั่นนี่ มันกลับมาเอายาก จะรอพ่อแม่ส่งไปก็นาน เตรียมไว้แต่เนิ่นๆเลยก็ดีครับ

เตรียมสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง

เพราะแต่ละประเทศนั้นมีสภาพอากาศที่แตกต่างกัน บางประเทศหนาวมาก บางประเทศร้อยมาก (ไทยแลนด์ ^^) บางประเทศก็มีทั้งฝน พายุ ต่างๆนานา แต่เค้าก็สามารถอยู่กันได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข โดยเราต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับการเปลี่ยนเปลี่ยนด้านร่างกายนะครับ
นี่ก็เป็นเพียงส่วนนึงที่สำคัญในการ เตรียมตัวไปเรียนต่อ ต่างประเทศนะครับ เพื่อนคนไหนมีไอเดียดีๆอะไรก็สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะครับ

เรียนต่ออเมริกา



ระบบการศึกษาของสหรัฐอเมริกา

ก่อนที่เพื่อนๆจะตัดสินใจลง เรียนต่ออเมริกา เพื่อนๆควรจะศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับระบบการศึกษาของประเทศนั้นๆให้ดีเสียก่อน รวมทั้งระยะเวลาการเรียน วันที่เริ่มเรียน หรือแม้กระทั่งวิชาที่ต้องเรียน

การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในสหรัฐอเมริกา

  • ตั้งแต่ปีที่ 9 –12 โดยทั่วไปแล้วเด็กจะมีอายุ 14/15 – 17/18 ปี
  • ภายหลังจบการศึกษาชั้นปีที่ 12 นักเรียนจะได้รับประกาศนียบัตรระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
  • นักเรียนที่ไม่ได้รับประกาศนียบัตรระดับมัธยมศึกษาตอนปลายอาจเข้าทดสอบ General Education Development (GED) ซึ่งเป็นประกาศนียบัตรความสามารถทางด้านวิชาการในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

การศึกษาภายหลังระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในสหรัฐอเมริกา

เรียนต่ออเมริกา นักศึกษาจะต้องได้รับประกาศนียบัตรระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือประกาศนียบัตรความสามารถทางด้านวิชาการในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (GED) ก่อนที่จะเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา นักศึกษาอาจจะเลือกเรียน 4 ปี เพื่อที่จะได้คุณวุฒิปริญญาตรี หรือเรียนเพียง 2 ปีเพื่อที่จะได้คุณวุฒิอนุปริญญาตรี
การศึกษาระดับอนุปริญญาตรี (Associate Degree)

เรียนต่ออเมริกา

เรียนต่ออเมริกา การศึกษาระดับอนุปริญญาตรีอาจเป็นหลักสูตรโอนย้ายที่เทียบเท่ากับหลักสูตรปริญญาตรีในช่วงสองปีแรก หรือสองปีสุดท้าย ซึ่งเตรียมพร้อมนักศึกษาสำหรับอาชีพใดอาชีพหนึ่งโดยเฉพาะ
  • หลักสูตรสองปีที่วิทยาลัยชุมชนหรือวิทยาลัยเอกชน
  • ประเภทของคุณวุฒิ: อนุปริญญาตรีด้านศิลปศาสตร์ (Associate of Arts: AA) หรืออนุปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์ (Associate of Science: AS)
  • นักศึกษาสามารถที่จะโอนย้ายไปศึกษาต่อได้ที่วิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตร 4 ปี
วิทยาลัยประจำท้องถิ่น (Community College) ซึ่งอาจเป็นของรัฐหรือเอกชน คือสถาบันที่ตั้งอยู่ในชุมชน และยังเป็นที่รู้จักในนามของวิทยาลัยประจำเขต (County College) วิทยาลัยทั่วไป (Junior College) วิทยาลัยเทคโนโลยี (Technology College) หรือวิทยาลัยประจำเมือง (City College)
การศึกษาระดับปริญญาตรี
การศึกษาระดับปริญญาตรีในสหรัฐอเมริกามีความยืดหยุ่นสูง โดยนักศึกษาสามารถเลือกสาขาได้อย่างหลากหลาย
  • ใช้ระยะเวลาศึกษา 4 ปีในวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัย
  • มหาวิทยาลัยจะใช้คะแนนสอบ SAT หรือ ACT เป็นเกณฑ์หนึ่งในการพิจารณารับนักศึกษาเข้าศึกษาต่อ
  • โดยทั่วไปแล้วการศึกษาระดับปริญญาตรีจะแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะแรกจะเป็นการเรียนวิชาพื้นฐาน ซึ่งประกอบด้วยวิชาหลักๆ เช่น คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ มนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์กายภาพและสังคมศาสตร์ ระยะที่สองจะให้ความสำคัญกับวิชาที่นักศึกษาเลือกเรียน หรือที่เรียกว่าวิชาเอก
  • ประเภทของปริญญาตรี ได้แก่ ศิลปศาสตร์บัณฑิต (Bachelor of Arts: BA), วิทยาศาสตร์บัณฑิต (Bachelor of Science: BS) และอื่นๆ
  • นักศึกษาจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีเมื่อเก็บหน่วยกิตได้ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด (โดยปกติแล้ววิชาหนึ่งจะมี 3-4 หน่วยกิต) และสอบผ่านวิชาบังคับในสาขาวิชาเอก
สหรัฐอเมริกามีวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชน ในขณะที่วิทยาลัยของรัฐได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล วิทยาลัยเอกชนก็ดำเนินงานด้วยเงินทุนของเอกชนและมีแนวโน้มที่จะมีขนาดเล็กกว่า ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยก็คือวิทยาลัยมีแนวโน้มที่จะมีขนาดเล็กกว่ามหาวิทยาลัย และเปิดสอนเฉพาะหลักสูตรระดับปริญญาตรี ในขณะที่มหาวิทยาลัยจะเปิดสอนหลักสูตรปริญญาโท – เอกด้วย
เตรียมความพร้อม เรียนต่ออเมริกา มหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยกับ Kaplan International Colleges ด้วยหลักสูตร TOEFL และภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ เพื่อคะแนนสอบ TOEFL ®  ที่ดี ลงทะเบียนเรียนหลักสูตรเตรียมความพร้อมเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีของเรา (Undergraduate Pathways Program) เพื่อศึกษาต่อโดยตรงที่ Northeastern University ซึ่งมีสาขาวิชาให้เลือกมากมาย ด้วยเกณฑ์การรับเข้าศึกษา จำนวนหน่วยกิต และเงื่อนไขของการตอบรับเข้าศึกษาที่น้อยกว่าที่อื่น หลักสูตรนี้จึงอาจเป็นหลักสูตรหนึ่งที่สามารถประกันการเข้าศึกษาต่อซึ่งคุณกำลังมองหาอยู่

การศึกษาภายหลังระดับปริญญาโท – เอก ในสหรัฐอเมริกา

นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้วสามารถที่จะศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก ซึ่งรู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า (PhD.) ได้อย่างต่อเนื่อง การศึกษาภายหลังระดับปริญญาตรีในสหรัฐอเมริกาจะเป็นการศึกษาวิชาเฉพาะที่เข้มข้นกว่าหลักสูตรปริญญาตรี และถือว่านักศึกษาจะต้องมีความรู้พื้นฐานในสาขาวิชาที่เลือกเรียนอยู่แล้ว
การศึกษาระดับปริญญาโท
เรียนต่ออเมริกา การศึกษาระดับปริญญาโท ไม่ว่าจะเป็นสายวิชาการหรืออาชีพ นักศึกษาจะได้รับความรู้เพิ่มเติมและการฝึกอบรมในสาขาวิชาเฉพาะ หลักสูตรปริญญาโทจะมีให้เลือกหลากหลายสาขา
  • โดยทั่วไปแล้วการศึกษาระดับปริญญาโทจะใช้เวลา 2 ปี ในสาขาวิชาเฉพาะ
  • หลักสูตรปริญญาโทสายวิชาการ ได้แก่ ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต (Master of Arts: MA) และวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต (Master of Science: MS)
  • หลักสูตรปริญญาโทสายอาชีพ ได้แก่ บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (Master of Business Administration: MA), ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต (Master of Education: MeD), สังคมสงเคราะห์ศาสตร์มหาบัณฑิต (Master of Social Work: MSW) และอื่นๆ
  • มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะใช้คะแนนสอบ Graduate Record Examination (GRE) เป็นเกณฑ์หนึ่งในการพิจารณารับนักศึกษาเข้าศึกษาต่อ
  • สำหรับหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะใช้คะแนนสอบ Graduate Management Admissions Test (GMAT) เป็นเกณฑ์หนึ่งในการพิจารณารับนักศึกษาเข้าศึกษาต่อ
ในสหรัฐอเมริกา หลักสูตรนิติศาสตร์และแพทยศาสตร์จะเปิดสอนในระดับปริญญาโทเท่านั้น โดยนักศึกษาจะต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีของทั้งสองสาขามาก่อนที่จะสมัครเข้าศึกษาต่อ
ภาคการศึกษา
สถานศึกษาในสหรัฐอเมริกาใช้ภาคการศึกษาหลายแบบแตกต่างกันออกไปขึ้นกับ ความต้องการของสถานศึกษา และความนิยมของท้องถิ่น ได้แก่
ระบบ Semesterแบ่งเป็น 2 Semesterๆ ละ 16 – 18 สัปดาห์ และอาจมี 1 หรือ 2 summer session
1.Fall Semester เปิดประมาณกันยายนถึงกลางธันวาคม
2.Spring Semester เปิดประมาณมกราคมถึงกลางเมษายน
3.Summer Semester เปิดประมาณกลางพฤษภาคมถึงสิงหาคม
ระบบ Quarter แบ่งเป็น 4 เทอม ๆ ละ 10 สัปดาห์
1.First เปิดประมาณกันยายนถึงธันวาคม
2.Second เปิดประมาณมกราคมถึงเมษายน
3.Third เปิดประมาณพฤษภาคมถึงสิงหาคม
ระบบ 4-1-4 แบ่งภาคเรียนเป็น 2 เทอม (Semester) เทอมละ 15 สัปดาห์ คั่นด้วยเทอมสั้น ๆ เรียกว่า Mini-term หรือ Interim เทอมสั้นนี้
มีระยะเวลาเรียน 1 เดือน
1.Fall เปิดประมาณกันยายนถึงธันวาคม
2.Mini-term หรือ Interim เปิดประมาณมกราคม ( 1 เดือน )
3.Spring เปิดประมาณกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม

ชีวิตเด็กนอกบทเรียนที่1


ชีวิตเด็กนอกบทเรียนที่1

ชีวิตเด็กนอกบทเรียนที่1 สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ และผู้ปกครองทุกท่าน ก่อนอื่นคงต้องขอขอบคุณที่ให้ความกรุณาเข้ามาเยี่ยมชมเวปไซด์ของเรา วันนี้ทีมงานของเรามีไอเดียดีๆเกี่ยวกับ ชีวิตเด็กนอก โดยใช้จากประสบการณ์ตรงของทีมงานที่เรียนและทำงานอยู่ที่ต่างประเทศ USAAUS และ UK
โดยเราจะแบ่งออกเป็นบทเรียน(ชีวิต)เป็นบทๆ โดยทางทีมงานของเราจะพยายามอัฟเดททุกๆสัปดาห์ วันนี้เริ่มที่ ชีวิตเด็กนอกบทเรียนที่1 สภาพอากาศในเมืองต่างๆ สภาพอากาศที่ต่างประเทศนั้น ค่อนข้างมีความแแตกต่างจากประเทศไทยของเรา แต่ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศที่เราไปอาศัยอยู่ จากประสบการณ์ตรงของเรา

สามารถยกตัวอย่างประเทศหลักๆที่เคยไปอาศัยอยู่ได้ดังนี้

ชีวิตเด็กนอกบทเรียนที่1

ชีวิตเด็กนอก-บทเรียนที่1อเมริกา – Dayton Daytona Beach, Florida เป็นเมืองที่เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการสภาพอากาศที่ร้อนเหมือนบ้านเราแต่ไม่อบอ้าว มีลมเย็นพัดผ่าน หน้าหนาวแอบเย็นถึงขั้นต้องใส่เสื้อกันหนาวหนาๆเลยที่เดียว บรรยากาศโดยรวมดีมากถึงมากที่สุด ขนาดทีมงานของเราเป็นคนที่ไม่ชอบอากาศร้อนแดดแรงๆ (เหมือนกันคนไทยคนอื่นๆ) แต่ก็แอบหลงรักเมืองนี้เลยทีเดียว เพราะความสะอาดและบริสุทธิ์ของอากาศซึ่งเรามาสารถสูดลมหายใจที่สดชื่นๆได้เต็มปอดแล้วบ้านเมืองเค้ายังสะอาดมากอีกด้วย
ชีวิตเด็กนอก-บทเรียนที่1ออสเตรเลีย – Sydney เป็นเมืองที่ไม่ต่างจากฟลอริด้ามากนักแต่อากาศจะไม่หนาวเท่า บางครั้งอาจจะร้อนมากกว่าเลยทีเดียว เนื่องจากเมืองซิดนี่ย์เป็นเมืองชายทะเล ดังนั้นแน่นอนครับว่า ลมแรงมากแต่ก็สะดวกเพราะเราสามารถเดินทางจากในเมืองไปเล่นทะเลได้หลายจุดภายในไม่กี่นาทีเท่านั้น หน้าหนาวก็หนาวพอประมาณแบบเสื้อกันหนาวหนาๆสักตัวก็เอาอยู่ หน้าร้อนก็ชิวล์ๆ แบบกางเกงขาสั้น เสื้อกล้ามก็ได้ครับ บรรยากาศโดยรวมก็เหมือนที่ฟลอริด้าครับ ดีถึงดีมากที่สุด
ชีวิตเด็กนอก-บทเรียนที่1อังกฤษ – London (ที่อยู่ปัจจุบัน) เป็นเมืองที่สามารถมี 4 ฤดูภายใน 1 วัน ทั้งฝนตก แดดออก หิมะลง หรือ อากาศเย็นสบาย แต่ไม่แปลกครับ เพราะประเทศอังกฤษเป็นเกาะ ใครมาเรียนที่นี่ก็ต้องทำใจครับแต่ทางทีมงานเราก็อยู่จนชินไปซะแล้ว แต่ถ้าถามว่าอ้าวถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่ควรมาเรียนที่นี่ซิ ผิดมหันต์ครับ ทุกอย่างมีสองด้านเสมอทั้งดีและไม่ดี (ไม่งั้นทีมงานเราไม่อยู่มา 5 ปี หรอก ^^) บรรยากาศโดยรวมนั้นดีครับ เพราะอากาศบริสุทธิ์และสดชื่นเย็นสบายและมีหลายฤดูใน 1 วัน (ตื่นเต้นดี)
โดยรวมแล้วอากาศที่ต่างประเทศที่ทีมงานของเราได้ยกตัวอย่างมานั้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากครับ เพราะขนาดทีมงานของเราเป็นคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ตอนที่อยู่เมืองไทย แต่ตั้งแต่เริ่มมาอาศัยอยู่ที่ต่างประเทศแล้วอากาศภูมิแพ้ก็หายเป็นปกติ เคยถามหมอที่ไทยครับ ท่านก็ให้เหตุผลว่า อากาศที่ต่างประเทศนั้นสะอาดและบริสุทธิ์กว่าประเทศไทย ไม่แปลกที่อากาศโรคภูมิแพ้ของเราจะดีขึ้น ยิ่งตอนนี้อาศัยอยู่ที่ลอนดอนที่มี 4 ฤดูใน 1 วันด้วยแล้ว ร่างกายของเราจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันจากสภาพอากาศที่บริสุทธิ์ได้ดียิ่งขึ้นครับ 4 ฤดูก็เหอะ ชิวล์ๆ
เป็นยังไงกันมั่งครับหลังจากที่อ่านเรื่องราว ชีวิตเด็กนอก-บทเรียนที่1 ที่เกี่ยวกับสภาพอากาศที่ต่างประเทศ โดยเล่าผ่านจากประสบการณ์ตรงของทีมงานของเรา หวังว่าคงจะพอสามารถให้เพื่อนๆนึกภาพออกได้บ้างไม่มากก็น้อย ยังไงถ้าใครมีคำถามอะไรก็สามารถ แสดงความคิดเห็นได้จากด้านล่างของเราได้เลยครับ ทางเรายินดีแลกเปลี่ยนข้อมูลให้ทุกท่านครับ
แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้าแล้วมารอดูว่าทีมงานของเราจะมีบทเรียนชีวิตเด็กนอก อะไรที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังอีก

How to learn English



How to learn English

มากันอีกแล้วครับวันนี้กับ How to learn English วันนี้เรามาดูว่าวิธีการ เรียนภาษาอังกฤษ อย่างไรให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุด กับการสำรวจว่าอะไรเป็นส่วนช่วยนักเรียนในการเรียนภาษาอังกฤษ การดูโทรทัศน์ การเล่นเกมส์ การฟังเพลงหรือเหตุผลอื่นๆ?

Infographic: How to learn English

โรงเรียนของเราใน Edinburgh ชนะเลิศโรงเรียนที่ดีที่สุด


โรงเรียนของเราใน Edinburgh ชนะเลิศโรงเรียนที่ดีที่สุด

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาโรงเรียนของเราใน Edinburgh ได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองที่ใหญที่สุดสำหรับนักศึกษา และปัจจุปันนี้โรงเรียนของเราได้รับรางวัลจัดอันดับให้เป็นโรงเรียนภาษาที่ดีที่สุดใน Scotland  รับรองโดย Education Scotland.
จากการให้รางวัลนี้วัดจาก 3ข้อหลักๆคือ  ความก้าวหน้าของนักเรียน กระบวนการเรียนการสอนของโรงเรียน และความเป็นผู้นำและคุณภาพของการเรียนการสอน
ทางเราได้ทำการสัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่และพนักงานของโรงเรียนเราใน Edinburgh College เพื่อจะค้นหาว่าทำไมโรงเรียนของเราจึงได้รับรางวัลนี้อย่างที่ไม่มีข้อสงสัย
Ezgi, Student Services Manager
มันเยี่ยมมากเลยเลยที่ได้รับรู้ว่าโรงเรียนของเราใน Edinburgh ได้รับรางวัลโรงเรียนภาษาที่ดีที่สุดใน Scotland ซึ่งมันก็มากการจากที่เราได้ร่วมมือกับทุกฝ่ายในการทำงานอย่างหนักเพื่อโรงเรียนของเราและเพื่อนักเรียนของเราจะได้รับประสบการณ์การเรียนที่ดีที่สุดจากโรงเรียนของเรา
Annie, 20, Switzerland student
ฉันเรียน Advanced CAE preparation classจากนั้นต่อด้วย Advanced General English มาเลือกมาเรียนที่  Edinburgh เพราะฟังมาจากคำแนะนำของเพื่อน สิ่งที่ดีที่สุดในการเรียนที่นีคือการที่ฉันได้พบเจอเพื่อนใหม่ๆจากทั่วโลกที่มีความแตกต่างด้านวัฒนธรรม ฉันได้เรียนรู้คำพูดทักทายในแต่ละภาษาด้วย ส่วนเรื่องกิจกรรมการเรียนการสอนช่วยทำให้ฉันได้เข้าร่วมทีม Badminton มันทำให้ฉันได้รู้จักคนท้องถิ่นเพิ่มขึ้นอีกด้วยคะ
Maria, 24, Russia student
ฉันเรียน General English with Business English บรรยากาศการเรียนการสอนดีมากเลยคะอีกทั้งยังได้รับความร่วมมือที่ดีจากเจ้าหน้าที่ที่โรงเรียนอีกด้วย การเรียนการสอนในห้องเรียนนั่นน่าสนใจมากเพราะครูที่นี่มีวิธีการสอนที่หลากหลายมาก ทั้งการเรียนเกี่ยวกับวัฒนธรรมและประวัติของ Edinburgh หลังจากที่เรียนที่นี่ฉันรู้สึกมีความมั่นใจในการพูดภาษาอังกฤษมากขึ้น มันสามารถช่วยเพิ่มความก้าวหน้าทางการงานของฉันได้จริงๆค่ะ
Alba, 24, Spain student
ฉันเรียน Intensive English Academic เจ้าหน้าที่ที่นี่ช่วยเหลือฉันทุกอย่างเลยค่ะ ตอบถำถามทุกอย่างที่ดิฉันสงสัย สอนเรื่องการใช้อุปกรณ์ต่างๆ พวกเค้าเป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆค่ะ ก่อนที่ฉันจะมาเรียนที่นี่ฉันสามารถพูดภาษาอังกฤษได้แค่ 20 คำ แต่ตตอนนี้ฉันสามารถเล่าเหตุการณ์เกี่ยวกับประสบการณ์ของฉันได้แล้วค่ะ
Mike, Social Program Manager
ผมเพิ่งเริ่มทำงานกับ Kaplan Edinburgh ได้เพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น แต่ว่าผมรู้สึกมีความสุขทุกๆนาทีที่ได้ทำงานที่นี่ครับ คุณครูและเพื่อนร่วมงานที่นี่น่ารักมากครับ งานหลักๆของผมคือจัดหากิจกรรมที่น่าสนใจให้กับนักเรียนที่สนใจกิจกรรมต่างๆทั่วโลก โรงเรียนของเราตั้งอยู่ใจกลาง Edinburgh ซึ่งพวกเรามีการทำกิจกรรมร่วมกันมากมายทั้ง Halloween และ Christmas ที่กำลังใกล้เข้ามาถึงเร็วๆนี้ครับ

สิ่งที่น่าสนใจใน Edinburgh

สิ่งที่น่าสนใจใน Edinburgh
เนื่องจากเทศกาล Fringe Festival ที่ Edinburgh จะมีการเริ่มเฉลิมฉลองกันในเร็วๆนี้ ทางทีมงานของเราจึงได้ทำการสำรวจและสอบถามนักเรียนชาวต่างชาติของเราถึงกิจกรรมยอดนิยมที่นักเรียนชื่นชอบใน Edinburgh
จากการสำรวจนักเรียนของ Kaplan International Colleges ที่เรียนอยู่ในเมือง Edinburgh นักเรียนของเราชื่นชอบเมือง Edinburgh เพราะเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ที่สวยงามและเป็นผู้คนเป็นมิตร ลองมาดู สิ่งที่น่าสนใจใน Edinburgh เพื่อนๆบางคนอาจจะยังไม่คุ้นชื่อเมืองเมืองนี้นัก ซึ่ง Edinburgh เป็นเมืองที่น่าสนใจเมืองหนึ่งในสกอตแลนด์
Infographic: สิ่งที่น่าสนใจใน Edinburgh

Feedback

Edinburgh Castle:

Nick Finnigan – Executive Manager ที่ Edinburgh Castle กล่าวว่า ที่ Edinburgh Castle แห่งนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าสนใจและน่าทำมากมายอยู่ข้างในทั้ง มงกุฎเพชร (Scottish Crown Jewels) ซึ่งเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป Stone of Destiny, St Margaret’s Chapel หรือจะเป็นตึกที่เก่าแกมากที่สุดใน Edinburgh และ One O’Clock Gun
National Museum of Scotland:

เจ้าหน้าที่ที่หอศิลป์แห่งชาติสก็อตแบบศิลปะสมัยใหม่(The Scottish National Gallery of Modern Art) กล่าวว่า
จุดประสงค์หลักของพิพิธภัณฑ์คือนำประวัติศาสตร์ของโลกมารวบรวมกันไว้สู่สายตาชาวโลกและนำประวัติศาสตร์ของสกอตแลนด์เผยแพร่ไปทั่วโลก เรารู้ว่านักเรียนจำนวนมากจากทั่วโลกเพลิดเพลินและชื่นชมพิพิธภัณฑ์ของเรา และนี่เป็นการตอกย้ำความสำเร็จระดับโลกของเราอีกด้วย
Festival Theatre:

Edinburgh’s Festival Theatre สุดยอดโรงละครที่ได้รับความนิยมสูงสุดของนักเรียน ตามมาด้วย The Playhouse และ King’s Theatre
หนึ่งใน Kaplan Edinburgh หลักสูตรภาษาอังกฤษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เปิดสอนศิลปะนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับภาษาอังกฤษในช่วงเทศกาล ที่ผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัวทั้งการเรียนคำศัพท์ที่ร่วมสมัย ทันต่อเหตุการณ์และการเขียนคำวิจารณ์แสดงความคิดเห็นที่น่าสนใจจากนักเรียน

เรียนต่อสกอตแลนด์


เรียนต่อสกอตแลนด์
เรียนต่อสกอตแลนด์ เป็นเมืองที่มีตวามสวยงามท่งด้านประวัติศาสตร์ ประติมากรรม และความงดงามทางธรรมชาติที่ได้ความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก รวมถึงนักเรียนด้วย เพราะที่นี่มีสิ่งที่น่าสนใจต่างๆมามากมายให้ทำอย่างที่คุณไม่เคยทำที่ไหนมาก่อน
โรงเรียนภาษาอังกฤษที่สกอตแลนด์ เอดินเบิร์ก เป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในเมือง ที่ความสะดวกสบายต่างๆ บวกกับความสวยงามและเงียบสงบของธรรมชาติอันบริสุทธิ์ วันนี้เรามีรายละเอียดสิ่งที่น่าสนใจเมื่อเพื่อนๆคนไหนมีโอกาสมา เรียนต่อสกอตแลนด์ต้องไม่พลาด

สิ่งที่น่าสนใจที่เพื่อนๆไม่ควรพลาดในสกอตแลนด์

Arthur’s Seat
Arthur’s Seat นี่เป็นภูเขาไฟที่สงบแล้ว ซึ่งมีลักษณะที่น่าสนใจของธรรมชาติ ทั้งในเรื่องของการก่อตัวของชั้นหิน และ รูปแบบของหินต่างๆให้คนที่สนใจได้ศึกษา ถ้าเพื่อนสามารถเดินไปได้จนจุดที่สูงที่สุด เพื่อนๆจะสามารถมองเห็นเมืองได้ทั้งเมืองจากวิวที่สวยที่สุด
Princes Street Gardens

เรียนต่อสกอตแลนด์
Princes Street Gardens เป็นสวนสาธารณะใจกลางเมืองที่เอดินเบิร์ก ซึ่งอยู่ใกล้กับปราสาทเอดินเบิร์ก Edinburgh Castle ผู้คนที่นี่มักจะนิยมมาพักผ่อน ดูความสวยงามของธรรมชาติ ทานอาหาร เล่นกีฬาและนอนหลับพักผ่อน ซึ่งดป็นสวนสาธารณะที่ดีที่สุดในเอดินเบิร์ก ซึ่งสามารถใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงต่างๆได้อีกด้วย
National Museum of Scotland

เรียนต่อสกอตแลนด์
National Museum of Scotland นักเรียนของเราได้ทำการโวตให้ National Museum of Scotland เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการชมการแสดงนิทรรศการต่างๆ ที่มีการให้ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาตร์ เทคโรโลยีและศิลปะ อีกทั้งความสนุกสนานต่างๆที่รอนักเรียนมาเยี่ยมชม
Doors Open Days
เรียนต่อสกอตแลนด์
Doors Open Days เป็นเว็บไซด์ที่ให้บริการเกี่ยวกับข้อมูลที่นักท่องเที่ยวควรทราบเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ซึ่งเพื่อนๆจะได้ไม่พลาดกิจกรรมต่างๆแม้แต่กิจกรรมเดียวที่นี่

วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2557

เมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษา?


เมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษา?
“คิวเอส” (Quacquarelli Symonds) บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาในอังกฤษ เผยแพร่ผลการจัดอันดับ “เมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษา” ประจำปี 2556-2557 รวม 50 อันดับทั่วโลก เมื่อวันพุธที่ 21 พ.ย. 2556

ผลปรากฏว่า กรุงปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศส ครองอันดับ 1 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน เฉือนเอาชนะ กรุงลอนดอน เมืองหลวงของอังกฤษไปได้แบบฉิวเฉียดแค่ 2 คะแนน ส่วนอันดับ 3 คือสิงคโปร์ อันดับ 4 คือนคร ซิดนีย์ ในออสเตรเลีย อันดับ 5 คือเมืองซูริกในสวิตเซอร์แลนด์และเมือง เมลเบิร์นในออสเตรเลีย อันดับ 7 คือฮ่องกง อันดับ 8 คือเมืองบอสตันในสหรัฐฯ อันดับ 9 คือเมืองมอนทรีออลในแคนาดา อันดับ 10 คือเมืองมิวนิกในเยอรมนี ขณะที่เมืองอื่นๆในเอเชียที่ติดอันดับนอกเหนือจากสิงคโปร์และฮ่องกง รวมทั้งกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ (14) กรุงโตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น (17) กรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน (18) กรุงไทเป เมืองหลวงของไต้หวัน (28) นครเซี่ยงไฮ้ในจีน (35) กรุงกัวลา– ลัมเปอร์ เมืองหลวงของมาเลเซีย (43) และเมืองเกียวโต ในญี่ปุ่น (50) ส่วนเมืองในประเทศไทยไม่ติดอันดับใดๆ
“คิวเอส” ระบุว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้กรุงปารีสเฉือนเอาชนะกรุงลอนดอนไปได้ นอกจากจะมีมหาวิทยาลัยคุณภาพสูงมากมายแล้ว ยังเป็นเพราะค่าเล่าเรียนถูกกว่า จึงดึงดูดนักศึกษาทั้งภายในฝรั่งเศสเองและนักศึกษาจากต่างชาติ ส่วนผู้จบการศึกษาก็มีคุณภาพสูง เป็นที่หมายปองของนายจ้างทั่วยุโรป และในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยชั้นนำในกรุงปารีสได้สร้างนักปรัชญา นักทฤษฎี นักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ คนสำคัญๆมากมาย ส่วนด้านวรรณกรรม ศิลปะ และภาพยนตร์ ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน
สำหรับปัจจัยที่ใช้วัดอันดับเมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษา มี 14 ปัจจัย รวมทั้งต้องมีมหาวิทยาลัยอย่างน้อย 2 แห่งติดอันดับ 100 มหาวิทยาลัยยอดเยี่ยมของโลกของคิวเอส ความหลากหลายทางเชื้อชาติของนักศึกษา คุณภาพในการใช้ชีวิตของนักศึกษา ความสามารถในการจับจ่ายใช้สอย รวมทั้งค่าเล่าเรียนไปจนถึงคุณภาพของผู้จบการศึกษาในสายตาของนายจ้าง อัตราการได้รับการจ้างงานของผู้จบการศึกษา ซึ่งผู้จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในกรุงปารีส มักเป็นเป้าหมายอันดับแรกของนายจ้างทั่วทวีปยุโรป